ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงหน้าฝนเป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องระมัดระวังพืชผลทางการเกษตร เพราะเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย เริ่มต้นจากเมล็ดลามไปสู่ลำต้น จนยืนต้นตายในที่สุด ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจแปลงอยู่เสมอและแยกลักษณะการเกิดโรค เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
โรคข้าวโพดในหน้าฝน
หลัก ๆ พบเห็นได้ทั้งหมด 7 โรค ดังต่อไปนี้
1. โรคใบไหม้แผลเล็ก Southern Corn Leaf Blight
ลักษณะของโรคบริเวณใบข้าวโพดจะมีลักษณะเป็นสีเขียวอ่อน ช้ำน้ำ และมีแผลสีน้ำตาลเทา ขยายยาวตามเส้นใบ มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง
2. โรคฝักตันและเมล็ดเน่า
ลักษณะการเกิดโรคจะสังเกตได้จากบริเวณฝักข้าวโพดที่มีสีเริ่มซีดแบบฟางข้าว รวมถึงมีจุดดำ หรือดำทั้งเมล็ด หากฉีกเปลือกออกจะพบราสีขาวเจริญอยู่ระหว่างเมล็ด หากเชื้อเข้าทำลายข้าวโพดหลังออกใหม่ในระยะ 3 สัปดาห์แรก
3. โรคลำต้นเน่า Anthracnose Stalk Rot
ลักษณะการเกิดโรคจะสังเกตได้จากความผิดปกติของใบ โดยมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลกระจายทั่วใบ ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเทาถึงดำ วงซ้อนกันเป็นชั้น บริเวณลำต้นส่วนกลางมีสีแดงขอบน้ำตาล
4. โรคโคนเน่า Bacterial Stalk Rot
ลักษณะการเกิดโรคจะเกิดขึ้นที่บริเวณปลายใบ โดยมีลักษณะเหมือนถูกไฟไหม้ ระยะแรกเริ่มยอดข้าวโพดเหี่ยวเฉา จากนั้นจะลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ บริเวณข้อที่อยู่เหนือดินจะมีรอยช้ำสีน้ำตาล หากผ่าดูจะพบท่อลำเลียงน้ำและอาหารเป็นสีน้ำตาล หากปล่อยเอาไว้เนื้อเยื่อภายในลำต้นจะถูกย่อยสลายและมีกลิ่นเหม็น
5. โรคราน้ำค้างหรือรูปใบสาย
ลักษณะการเกิดโรคจะพบผงสีขาวบนผิวใบในช่วงเช้า โดยจะเกิดในระยะต้นกล้า พบได้ทั้งจุดสีขาวและสีเหลืองอ่อน สีขาวเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อนบนใบ
6. โรคฝักเมล็ดเน่าจากเชื้อรา Ear and Kernel Rot by Fungi
โรคนี้จะเกิดขึ้นช่วงที่ข้าวโพดเข้าสู่ระยะเต็มฝัก สิ่งที่สังเกตได้ คือ บริเวณฝักจะมีสีซีดเหลืองเฉา และมีรอยเส้นใยของเชื้อราเจริญอยู่บนเมล็ด
7. โรคกาบและใบไม้ Banded Leaf and Sheath Blight
ลักษณะการเกิดโรคที่เห็นได้ คือ ต้นกล้าจะเน่าและหักล้ม ในขณะที่บริเวณส่วนยอดยังเขียวอยู่ บริเวณใบและกาบใบพบแผลฉ่ำน้ำที่มีรูปร่างไม่แน่นอน บริเวณโคนต้นระดับคอดิน มีรอยฉ่ำน้ำสีเขียวอมเทาและอาจพบเส้นใยสีขาวเจริญปกคลุมที่ราก
การปลูกพืชต้องมีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ หรือต้นทุนในการรับมือกับโรคและปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมา หากเกิดขึ้นเพียงแค่ต้น 2 ต้น ก็ยังพอหาวิธีการรับมือได้ทัน แต่หากโรคเริ่มลาม ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นทั่วทั้งไร่ ดังนั้นจึงอยากให้เกษตรกรหมั่นสังเกตและตรวจสอบข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดต้นตอของโรคดังกล่าวก่อนที่จะลามไปยังต้นอื่น ๆ
