Category: Environment

  • รู้จักโรคข้าวโพดในหน้าฝนที่ต้องเฝ้าระวัง

    รู้จักโรคข้าวโพดในหน้าฝนที่ต้องเฝ้าระวัง

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงหน้าฝนเป็นสิ่งที่เกษตรกรต้องระมัดระวังพืชผลทางการเกษตร เพราะเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย  เริ่มต้นจากเมล็ดลามไปสู่ลำต้น จนยืนต้นตายในที่สุด ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจแปลงอยู่เสมอและแยกลักษณะการเกิดโรค เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

    โรคข้าวโพดในหน้าฝน

    หลัก ๆ พบเห็นได้ทั้งหมด 7 โรค ดังต่อไปนี้

    1. โรคใบไหม้แผลเล็ก Southern Corn Leaf Blight 

    ลักษณะของโรคบริเวณใบข้าวโพดจะมีลักษณะเป็นสีเขียวอ่อน ช้ำน้ำ และมีแผลสีน้ำตาลเทา ขยายยาวตามเส้นใบ มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง

    2. โรคฝักตันและเมล็ดเน่า

    ลักษณะการเกิดโรคจะสังเกตได้จากบริเวณฝักข้าวโพดที่มีสีเริ่มซีดแบบฟางข้าว รวมถึงมีจุดดำ หรือดำทั้งเมล็ด หากฉีกเปลือกออกจะพบราสีขาวเจริญอยู่ระหว่างเมล็ด หากเชื้อเข้าทำลายข้าวโพดหลังออกใหม่ในระยะ 3 สัปดาห์แรก

    3. โรคลำต้นเน่า Anthracnose Stalk Rot 

    ลักษณะการเกิดโรคจะสังเกตได้จากความผิดปกติของใบ โดยมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลกระจายทั่วใบ ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเทาถึงดำ วงซ้อนกันเป็นชั้น บริเวณลำต้นส่วนกลางมีสีแดงขอบน้ำตาล

    4. โรคโคนเน่า Bacterial Stalk Rot

    ลักษณะการเกิดโรคจะเกิดขึ้นที่บริเวณปลายใบ โดยมีลักษณะเหมือนถูกไฟไหม้ ระยะแรกเริ่มยอดข้าวโพดเหี่ยวเฉา จากนั้นจะลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ บริเวณข้อที่อยู่เหนือดินจะมีรอยช้ำสีน้ำตาล หากผ่าดูจะพบท่อลำเลียงน้ำและอาหารเป็นสีน้ำตาล หากปล่อยเอาไว้เนื้อเยื่อภายในลำต้นจะถูกย่อยสลายและมีกลิ่นเหม็น

    5. โรคราน้ำค้างหรือรูปใบสาย 

    ลักษณะการเกิดโรคจะพบผงสีขาวบนผิวใบในช่วงเช้า โดยจะเกิดในระยะต้นกล้า พบได้ทั้งจุดสีขาวและสีเหลืองอ่อน สีขาวเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อนบนใบ

    6. โรคฝักเมล็ดเน่าจากเชื้อรา Ear and Kernel Rot by Fungi

    โรคนี้จะเกิดขึ้นช่วงที่ข้าวโพดเข้าสู่ระยะเต็มฝัก สิ่งที่สังเกตได้ คือ บริเวณฝักจะมีสีซีดเหลืองเฉา และมีรอยเส้นใยของเชื้อราเจริญอยู่บนเมล็ด

    7. โรคกาบและใบไม้ Banded Leaf and Sheath Blight 

    ลักษณะการเกิดโรคที่เห็นได้ คือ ต้นกล้าจะเน่าและหักล้ม ในขณะที่บริเวณส่วนยอดยังเขียวอยู่ บริเวณใบและกาบใบพบแผลฉ่ำน้ำที่มีรูปร่างไม่แน่นอน บริเวณโคนต้นระดับคอดิน มีรอยฉ่ำน้ำสีเขียวอมเทาและอาจพบเส้นใยสีขาวเจริญปกคลุมที่ราก

    การปลูกพืชต้องมีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ หรือต้นทุนในการรับมือกับโรคและปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมา หากเกิดขึ้นเพียงแค่ต้น 2 ต้น ก็ยังพอหาวิธีการรับมือได้ทัน แต่หากโรคเริ่มลาม ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นทั่วทั้งไร่ ดังนั้นจึงอยากให้เกษตรกรหมั่นสังเกตและตรวจสอบข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดต้นตอของโรคดังกล่าวก่อนที่จะลามไปยังต้นอื่น ๆ 

  • 4 ต้นไม้ที่สามารถปลูกได้ในห้องนอนของคุณ 

    4 ต้นไม้ที่สามารถปลูกได้ในห้องนอนของคุณ 

    การตกแต่งห้องนอนนั้นคือสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนมักให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน เพราะการแต่งต้องห้องให้สวยงามตรงใจผู้ผัดอาศัยนั้น จะช่วยทำให้การนอนของคุณนั้นรู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการตกแต่งเพื่อบ่งบอกถึงลักษณ์บุคลิกของเจ้าของห้องด้วยเช่นกัน ต้นไม้ ถือเป็นเครื่องตกแต่งชนิดหนึ่งที่ใครหลาย ๆ คนมักจะหยิบมาตั้งตกแต่งไว้ในห้องด้วยเช่นกัน แต่ก็ใช่ว่าเราจะเอาต้นอะไรก็ได้มาประดับตกแต่ง เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้เราจะพูดถึง ต้นไม้สำหรับการตกแต่งห้องนอน ที่คุณควรรู้

    ต้นไม้ที่สามารถปลูกได้ในห้องนอนคุณ 

    พลูด่าง

    พืชที่พบเห็นได้ง่าย ๆ ตามชนบทในประเทศไทย เป็นพืชที่มีใบด่างใบจะโค้งมน ปลายเรียว สีสันสวยงาม ปลูกได้ทั้งแบบกระถางที่มีดินหรือกระถางที่ใส่น้ำเอาไว้เพียงอย่างเดียว ทนต่อทุกสภาพอากาศ แม้ไม่มีแสงก็ยังเจริญเติบโตได้ ตรงใบจะมีสีพื้นเป็นสีเขียว และตรงด่างจะมีสีขาว หรือสีชมพู นอกจากนี้ต้นพลูด่างนี้ยังช่วยฟอกอากาศภายในห้องนอนทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น

    เดหลี

    เป็นพืชที่สามารถพบได้ในแถบป่าเขตร้อนในสหรัฐฯ และป่าแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชที่มีลักษณะโดดเด่น ตัวใบมีความมนรี ไม่ว่าจะวางตรงไหนของห้องก็สามารถดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี เป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำเยอะ ดูแลง่าย รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว โดยคุณสมบัติพิเศษของพืชชนิดนี้คือช่วยดักฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่อยู่ในห้อง ลดโอกาสการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืดหรือภูมิแพ้ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นต้นไม้ให้โชคให้ลาภกับผู้ปลูกอีกด้วย

    เศรษฐีไซ่ง่อน

    เป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะใบมีใบเรียวยาวหน้าแคบออกมาซ้อนกัน ปลายใบแหลม มีขนาดเล็ก สีขาวอมม่วง สามารถปลูกในกระถางดิน หรือจะแขวนเพื่อโชว์ใบอันสวยงามก็ได้ คุณสมบัติพิเศษของพืชชนิดนี้คือสามารถดูดสารพิษภายในพื้นที่ที่ปลูกเอาไว้ได้ แถมยังเป็นพืชที่เสริมความมงคลที่ช่วยเรื่องการเอ็นดูจากผู้หลักผู้ใหญ่ เจ้านาย และผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ

    ลิ้นมังกร

    ถือเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการปลูกในห้องนอนเลยก็ว่าได้ เพราะมีลักษณะของพืชใบเดี่ยว ใบใหญ่โดดเด่น ดูแลง่ายไม่เรื่องมาก รดน้ำเพียงแค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็เพียงพอ อีกทั้งพืชชนิดนี้ไม่ชอบที่แดดจัดจึงสามารถปลูกไว้ในที่ร่มๆ อย่างเช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอนได้ มีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยฟอกอากาศให้สดชื่น ลดฝุ่นละในอากาศเหมาะสำหรับใครที่เป็นภูมิแพ้พืชชนิดนี้สามารถช่วยคุณได้ 

    เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับต้นไม้ที่คุณสามารถปลูกเอาไว้ในห้องนอนได้ ซึ่งแต่ละต้นที่เรานำมาแนะนำในวันนี้นั้นค่อนข้างหาง่าย และมีราคาที่ถูกมาก ๆ ในบ้านเรา แถมยังมีคุณสมบัติพิเศษในการฟอกอากาศทำให้ห้องนอนของคุณมีอากาศที่สดชื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถนำต้นไม้เหล่านี้ไปวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของบ้านได้อีกด้วย 

  • การแยกขยะแบบชาวญี่ปุ่น ที่คุณเองก็ทำได้  

    การแยกขยะแบบชาวญี่ปุ่น ที่คุณเองก็ทำได้  

    ปัญหาโลกร้อน คือปัญหาที่สำคัญที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญอยู่ในเวลานี้ ด้วยโลกของเราร้อนขึ้นทุก ๆ ปีจนมนุษย์เราคงไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ในอนาคต ซึ่งวิธีหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์โลกของเราไว้ได้นั่นก็คือการแยกขยะนั่นเอง การแยกขยะจะช่วยให้การย่อยสลายของขยะและการทำลายขยะนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ทำให้รู้ว่าเราควรจะจัดการกับขยะเหล่านั้นได้อย่างไร และจะทำให้บ้านเมืองของเราสะอาดยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งวิธีการแยกขยะที่ดีที่สุดในโลกนั้นเป็นวิธีการแยกขยะของชาวญี่ปุ่นนั่นเอง ในบทความนี้เราจึงจะพาทุกคนไปดูกันว่าคนญี่ปุ่นมีวิธีจัดการขยะอย่างไรที่น่าสนใจเพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตของเรา จะมีวิธีใดบ้างเราลองมาดูกัน 

    การจัดการขยะแบบชาวญี่ปุ่นที่คุณเองก็ทำได้ 

    ต้องบอกเลยว่าการจัดการขยะของคนญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นอะไรที่หลาย ๆ ประเทศควรเอาเป็นแบบอย่างมาก ๆ เพราะวิธีการแยกขยะนี้ชาวญี่ปุ่นทุกคนจะถือเอามาใช้ก่อนทิ้งทุกครั้ง และทุกบ้าน ทุกสถานที่จะปฏิบัติเหมือนกันหมด โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ด้วยกัน คือ

    1. ขยะเผาได้

    คือขยะที่ที่สามารถเผาได้จำพวก แก้วน้ำพลาสติก ขวดซอส ถ้วยโยเกิร์ต และถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยก่อนทิ้งนั้นจะต้องทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์ให้สะอาดเสียก่อน รอจนแห้งสนิทจากนั้นก็ใส่ถุงพลาสติกนำไปทิ้งในวันที่ทางรัฐกำหนด 

    2. ขยะที่ไม่สามารถเผาได้

    คือขยะที่ไม่สามารถทำลายด้วยการเผาได้อย่างเช่น แก้ว หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ กระป๋องแก๊ส แบตเตอรี่ และวงจรไฟฟ้าต่าง ๆ โดยการทิ้งนั้นผู้ทิ้งจะต้องแยกใส่ถุงพลาสติกเอาไว้ จากนั้นให้เขียนระบุชนิดของชิ้นนั้นตรงหน้าถุงพลาสติกให้ชัดเจน และนำไปทิ้งตามวันที่ทางรัฐกำหนด

    3. ขยะรีไซเคิล

    คือขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือแปรรูปเป็นสิ่งของอื่น ๆ ได้ โดยที่ประเทศญี่ปุ่นนี้จะแยกย่อยขยะรีไซเคิลเป็นอีก 2 ประเภท ได้แก่ 

    ประเภทที่ 1

    ขยะที่เป็นกระป๋อง และพลาสติก ผู้ทิ้งจะต้องล้างและทำความสะอาดของเหลวในภาชนะให้หมดก่อนทิ้งทุกครั้ง 

    ประเภทที่ 2

    ขยะที่เป็นกระดาษ หากเป็นกล่องพัสดุกระดาษให้พับให้แบนราบ จากนั้นจึงนำเชือกฟางมาผูกให้เป็นก้อนเดียวกัน ทำเช่นเดียวกันกับกองหนังสือ หรือเอกสารที่ไม่ได้มีความสำคัญ

    อย่างไรก็ตามการศึกษาเรื่องการแยกขยะ และนำมาปรับใช้กับตัวเรานั้น จะทำให้การทิ้งขยะของเรานั้นดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญยังเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย นอกจากนี้การที่คุณจะเดินทางไปเที่ยวในต่างแดนโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นนั้นการทิ้งขยะก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณจะต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับกฎและข้อห้ามต่าง ๆ คุณจึงจะสามารถท่องเที่ยวไปในต่างประเทศได้อย่างอิสระ และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศนั้น ๆ อีกด้วย  

  • สิ่งแวดล้อมจะช่วยทำให้โลกเราเย็นขึ้นได้จริง

    สิ่งแวดล้อมจะช่วยทำให้โลกเราเย็นขึ้นได้จริง

    ในปัจจุบันนี้เรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีและสำคัญกับเราเองและอีกหลายๆคนอย่างมากที่เราจะต้องให้ความสนใจและใส่ใจอย่างที่สุดเพราะว่าในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นจะช่วยทำให้โลกของเรานั้นเย็นขึ้นและมีความสดใสมากยิ่งขึ้นได้

    ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามไปเลยในเรื่องของการร่วมกันดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเพราะจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีกับเราเองอย่างมากเลย เพราะทุกๆอย่างในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นจะมีในส่วนของการลดขยะ การแยกขยะ การไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลอง การไม้ตัดไม้ทำลายป่า ทุกๆอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างมากเลยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม

    เราจึงควรที่จะต้องช่วยทำให้โลกของเรานั้นเย็นยิ่งขึ้นได้โดยการที่เราลดการใช้โฟมหรือลดการใช้ถุงพลาสติกที่ไม่สามารถที่จะทำการย่อยสลายได้อันนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่เราก็จะต้องให้ความคำนึงถึงเพราะว่าจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีกับตัวเราเองที่จะช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมของเรานั้นยิ่งดูดียิ่งขึ้นไปด้วย

    เพราะทุกๆอย่างในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นจะช่วยทำให้โลกของเรานั้นเย็นขึ้นได้ถ้าหากเรารู้จักที่จะช่วยกันใช้ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ง่าย หรือย่อยไม่ยากอันนี้จึงเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากเลย เรื่องของสิ่งแวดล้อมในตอนนี้จะยิ่งช่วยทำให้เราได้มีความสุขเพราะถ้าเราได้ช่วยกันลดโลกร้อนคนหนึ่งแล้ว คนอื่นๆก็จะเอาเป็นตัวอย่างยิ่งคนใกล้ชิดของเราช่วยกันลดโลกร้อนและรักในสิ่งแวดล้อมแล้วจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลย

    เราจึงควรที่จะต้องรู้จักที่จะดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ได้มากๆด้วยจะยิ่งดีเพราะยิ่งเราให้ความสำคัญในเรื่องนี้ได้มากเท่าไหร่แล้วจะยิ่งช่วยทำให้เรามีความสุขมากเพราะเราจะเกิดความรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นคนที่มีส่วนลดโลกร้อนด้วยนั้นเอง

    ในตอนนี้อากาศร้อนจะเห็นได้ว่าในภาคเหนือนั้นภูเขาจะเยอะและแน่นอนว่าอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมได้นั้นคือเรื่องของไฟป่านั้นเองเพราะยิ่งเรามีไฟป่ามากเท่าไหร่ก็จะทำให้มีหมอกควันหรือฝุ่นมากเท่านั้น เราจึงต้องช่วยกันไม่ทำให้โลกของเรานั้นร้อนขึ้นเพื่อที่จะได้ลดไฟป่าลงบ้างจะยิ่งดีเลย

    เราเองจึงควรที่จะต้องเลือกที่จะให้ความสำคัญและให้ความสนใจกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากๆด้วยจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะสิ่งแวดล้อมที่ดีจะทำให้เราไปไหนมาไหนก็จะเห็นแต่สิ่งสวยงามได้อย่างมากมายด้วย

  • ชีวมวลอัดเม็ด มีคุณสมบัติอย่างไร แล้วมีกี่ประเภท

    ชีวมวลอัดเม็ด มีคุณสมบัติอย่างไร แล้วมีกี่ประเภท

    ชีวมวลแบบอัดเม็ดนั้นจะผลิตโดยเศษวัสดุเหลือที่มาจากการทำเกษตร ผ่านกระบวนการผลิตจนได้ชีวมวลอัดเม็ดขึ้นมา ซึ่งนำมาใช้ในภาคโรงงานอุตสาหกรรมและการเกษตรได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งใช้งานไม่จำกัดเพราะเป็นเชื้อเพลิงที่ไม่มีวันหมด บทความนี้จะมากล่าวถึงคุณสมบัติและประเภทของชีวมวลแบบเม็ดให้ได้รู้จัก 

    ชีวมวลอัดเม็ด มีทั้งหมดกี่ประเภท 

    สำหรับประเภทของเชื้อเพลิงหรือชีวมวลอัดเม็ดนั้น จะมีอยู่หลายประเภทที่แบ่งได้ อยู่ที่เกณฑ์ในการแบ่ง แต่ละประเภทก็จะมีลักษณะการนำไปใช้งานที่แตกต่างกันออก ได้แก่ ประเภทชีวมวลแบบอัดเม็ดที่แบ่งตามการเอามาใช้ประโยชน์ นั่นก็คือ ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่มาทำความร้อนภายในบ้านหรือที่อยู่อาศัยต่าง ๆ  

    ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่นำมาใช้เพื่อทำความร้อนภายในโรงงานอุตสาหกรรม ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่ใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้า, ประเภทชีวมวลแบบอัดเม็ดที่แบ่งตามแหล่งที่มา นั่นก็คือ ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่มาจากเศษเหลือหรืออาหารทางการเกษตร ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่นำมาจากของเสียในอุตสาหกรรม ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่มาจากพืชให้พลังงาน ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่นำมาจากไม้แปรรูป และประเภทชีวมวลแบบอัดเม็ดที่แบ่งตามการใช้ในกระบวนการผลิต นั่นก็คือ ชีวมวลแบบอัดเม็ดที่ไม่ได้ผลิตจากไม้และชีวมวลแบบอัดเม็ดที่ผลิตมาจากไม้ 

    ขนาดและคุณสมบัติของชีวมวลอัดเม็ด 

    เชื้อเพลิงหรือชีวมวลอัดเม็ดมาจากการผลิตด้วยวัสดุเหลือใช้เศษต่าง ๆ ที่มาจากการทำเกษตรกรรม ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากและถือได้ว่าเป็นขยะ แล้วนำขยะเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการผลิตเป็นชีวมวลแบบอัดเม็ด ทำให้ขยะลดลงอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 

    • ความหนาแน่นสูงอยู่ที่ 650-700 กิโลกรัมต่อหนึ่งลูกบาศก์เมตรโดยประเมษ 
    • ความชื้นมีค่าต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ 
    • กำมะถันมีปริมาณที่ต่ำ 
    • อยู่ในรูปของทรงกระบอกเป็นส่วนมาก เส้นผ่านศูนย์กลางมีขนาดอยู่ที่ 0.6-1.2 เซนติเมตร และความยาวอยู่ที่ 1-3 เซนติเมตรโดยประมาณ 
    • ความร้อนมีค่าสูงอยู่ที่ 3,800-4,300 กิโลแคลอรี่ต่อหนึ่งกิโลกรัมโดยประมาณ 
    • ขี้เถ้ามีค่าต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ 

    จากบทความนี้จะทำให้ทุกคนได้รู้ถึงชีวมวลอัดเม็ดว่ามีอยู่กี่ประเภท แล้วมีเกณฑ์การแบ่งเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็อยู่การใช้งานในด้านต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้งานในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และอื่น ๆ อีกทั้งยังรู้ด้วยว่าขนาดและคุณสมบัติของชีวมวลแบบอัดเม็ดนั้นมีอะไรบ้าง ดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ล้วนเป็นข้อมูลที่ควรรู้เอาไว้ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ตามจุดประสงค์ของตนเอง 

  • โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ทำงานอย่างไร?

    โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ทำงานอย่างไร?

    โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนที่มาจากน้ำ สร้างพลังงานโดยใช้เขื่อนหรือโครงสร้างผันน้ำเพื่อเปลี่ยนการไหลตามธรรมชาติของแม่น้ำหรือแหล่งน้ำอื่น ๆ ให้กลายมาเป็นพลังไฟฟ้า พลังน้ำจะอาศัยระบบหมุนเวียนของน้ำที่เติมซ้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงที่มาจากน้ำ   

    โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ มีหลายประเภท 

    แม้ว่า โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ทั้งหมดจะขับเคลื่อนโดยพลังงานจลน์ของน้ำที่ไหล ขณะที่มีการเคลื่อนตัวไปตามกระแสน้ำ ไฟฟ้าพลังน้ำใช้กังหัน และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อแปลงพลังงานจลน์ให้เป็นไฟฟ้า ซึ่งจากนั้นจะป้อนเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟให้กับบ้าน ธุรกิจ และอุตสาหกรรม  

    โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ผลิตไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำเพียงใด 

    เนื่องจากไฟฟ้าพลังน้ำใช้น้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โรงงานจึงมักตั้งอยู่บนหรือใกล้แหล่งน้ำ พลังงานที่มีอยู่จากน้ำที่เคลื่อนที่ขึ้นอยู่กับทั้งปริมาตรของการไหลของน้ำ และการเปลี่ยนแปลงของระดับความสูง หรือที่เรียกว่าส่วนหัวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ยิ่งไหลมากและหัวยิ่งสูงก็ยิ่งผลิตไฟฟ้าได้มาก การสร้างพลังงานไฟฟ้าระดับ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ น้ำจะไหลผ่านท่อ หรือที่เรียกว่าเพนสต็อก และทำหน้าที่หมุนใบพัดในกังหัน ซึ่งจะไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าในที่สุด โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่ทำงานในลักษณะนี้ รวมถึงระบบน้ำทิ้ง และระบบกักเก็บแบบปั๊ม  

    ทั่วโลกใช้พลังงานไฟฟ้าจาก โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ อย่างแพร่หลายเพียงใด? 

    พลังงานน้ำเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ใช้บ่อยที่สุด และประเทศจีนเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำรายใหญ่ที่สุด ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำชั้นนำอื่น ๆ ทั่วโลก ได้แก่…สหรัฐอเมริกา บราซิล แคนาดา อินเดีย และรัสเซีย ประมาณร้อยละ 71 ของไฟฟ้าหมุนเวียนทั้งหมดที่ผลิตบนโลกมาจากไฟฟ้าพลังน้ำ 

    โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกคืออะไร? 

    เขื่อน โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Three Gorges ในประเทศจีน ซึ่งทำหน้าที่กั้นแม่น้ำแยงซีไว้ เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของการผลิตไฟฟ้า เขื่อนมีความยาว 2,335 เมตร (7,660 ฟุต) และสูง 185 เมตร (607 ฟุต) และมีเครื่องปั่นไฟเพียงพอที่จะผลิตไฟฟ้าได้ 22,500 เมกะวัตต์เท่านั้น   

    พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากพลังงานน้ำ จัดเป็นพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดประเภทหนึ่ง ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องเพียงแต่ว่าจะต้องมีการวางแผนในการใช้งานอย่างรัดกุม ประโยชน์นั้นมีมากมายมีให้เลือกใช้ มีทั้งน้ำจากเขื่อนซึ่งมนุษย์เป็นคนสร้างขึ้น หรือว่าเป็นการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ อย่างทะเลสาบ, ทะเล และอื่น ๆ  ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าจะเป็นแหล่งพลังงานในการสร้างกระแสไฟฟ้าให้กับมนุษย์อย่างต่อเนื่องในอนาคตอย่างแน่นอน และยังส่งผลกระทบในขั้นตอนการผลิตน้อยกว่าการใช้พลังงานจากโลกยุคเก่าอีกด้วย

  • การแก้ไขปัญหาไฟป่า

    การแก้ไขปัญหาไฟป่า

    ไฟป่า คือ เพลิงที่ไหม้อย่างเป็นอิสระในชนบทประเทศหรือถิ่นทุรกันดาร ไฟป่าต่างจากอัคคีภัยรูปแบบอื่น เพราะกินอาณาบริเวณกว้างขวาง, ลุกลามรวดเร็ว คาดเดายาก และบางครั้งสามารถไหม้ผ่านแม่น้ำ ถนน หรือแนวกันไฟได้ด้วย ไฟป่าเกิดได้ในทุกที่ ยกเว้นแอนตาร์กติกา ซากดึกดำบรรพ์และประวัติศาสตร์มนุษยชาติเป็นเครื่องยืนยันความถี่ของไฟป่า และบ่งบอกว่า บางแห่งไฟป่าเกิดขึ้นมีกำหนดแน่นอน ไฟป่าอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์ แต่เป็นประโยชน์ต่อพืชพันธุ์บางชนิด เช่น เห็ดเผาะ ซึ่งเจริญดีด้วยไฟอย่างไรก็ตาม ไฟป่าขนาดใหญ่ย่อมยังผลร้ายสู่ระบบนิเวศถ่ายเดียว

    ในแต่ละสมัย มีการคิดยุทธศาสตร์ป้องกันไฟป่ามากมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญการควบคุมไฟป่าระหว่างประเทศกระตุ้นให้ช่วยกันพัฒนาและวิจัยมากกว่านี้ หนึ่งในเทคนิคการดับไฟป่าที่ถูกโต้แย้งมากที่สุด คือ การเผาคุม (controlled burn) หรือการยอมวางเพลิง เพื่อให้ไหม้ทำลายเชื้อเพลิงเสีย หรือที่เรียกกันว่าแนวกันไฟ อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า ไฟป่านั้นสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการการป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อให้ปัญหาไฟป่านั้นลดลงและไม่รุนแรง แนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่า มีดังนี้

    1.การรณรงค์ป้องกันไฟป่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการกระทำของมนุษย์ ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้ประชาชนจดไฟเผาป่าทั้งนี้อาจทำได้โดยการประชาสัมพันธ์ชี้แนะให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ความจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษา ตลอดจนผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากมีการบุกรุกทำลายหรือเผาป่า เพื่อให้ประชาชนเกิดทัศนคติที่ถูกต้อง เลิกจุดไฟเผาป่า และหันมาให้ความร่วมมือป้องกันไฟป่า การรณรงค์ป้องกันไฟป่าสามารถดำเนินการได้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน การติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ การแจกจ่ายสิ่งตีพิมพ์และเอกสารเผยแพร่การจัดนิทรรศการ การให้การศึกษา การจัดฝึกอบรม ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านป่าไม้ เป็นต้น

    2.การจัดการเชื้อเพลิง โดยการทำแนวกันไฟ และการกำจัดเชื้อเพลิงในพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการเกิดไฟป่า เช่น มีวัชพืชหนาแน่น พื้นที่ป่าสองข้างถนน ซึ่งมีโอกาสเกิดไฟป่าได้ง่าย เพื่อลดโอกาสการเกิดไฟป่าได้ง่าย เพื่อลดโอกาสการเกิดไฟป่า หรือหากเกิดไฟป่าขึ้นก็จะมีความรุนแรงน้อย สามารถควบคุมง่าย   

    นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีหน่วยงานที่ดูแลและควบคุมไฟป่าอยู่โดยตรงคือสถานีควบคุมไฟป่า เป็นหน่วยงานภาคสนามสังกัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สถานีควบคุมไฟป่านั้น มีไว้เพื่อ ควบคุม ดูแลและป้องกันไฟป่าในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจจะทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เช่น อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อย่างไรก็ตามทรัพยากรทางธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องดูแลร่วมกัน ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นทุกคนควรจะมีจิตสำนึกในการดูแลและรักษาทรัพยากรเพื่อให้คงอยู่ได้นาน

     

  • อาชีพสำหรับคนรักษ์สิ่งแวดล้อม

    อาชีพสำหรับคนรักษ์สิ่งแวดล้อม

    ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของมนุษย์และสัตว์ต่าง ๆ เพราะหากธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่แย่ลงก็จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์และสัตว์ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น กรณีของการเกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ถือเป็นการเกิดปัญหากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหายเกิดมลพิษทางอากาศมากมาย ซึ่งแน่นอนย่อมกระทบต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก มนุษย์ใช้ชีวิตลำบากขึ้นต้องหาอุปกรณ์ในการป้องกันฝุ่นและมลภาวะต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย เป็นต้น โดยเมื่อเราเห็นว่าสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับตัวเราดังนั้นเราควรที่จะช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเราให้คงอยู่และมีสภาพที่สวยงามไปนาน ๆ ซึ่งมีกลุ่มบุคคลหนึ่งที่คอยทำหน้าที่ในการรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่กับเราไปนาน ๆ กลุ่มคนเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มคนที่เราควรอนุรักษ์และรักษาไว้เช่นกัน กลุ่มคนที่ว่าก็คือบุคคลที่ทำอาชีพต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม บางคนอาจจะนึกไม่ออกว่ามีอาชีพอะไรบ้าง มาทำความรู้จักอาชีพเหล่านี้กันได้เลย

    อาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

    • อาชีพเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมถือเป็นบุคคลที่สำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติมากเพราะคนเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบบำบัดน้ำเสีย หรือระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ ซึ่งเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมนั้นจะมีการใช้เครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานและเครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อมนั้นก็มีหลากหลายประเภทตามการใช้งานที่แตกต่างกัน หากจะใช้ เครื่องมือตรวจวัดสิ่งแวดล้อม ในการบำบัดน้ำเสีย ก็จะใช้เครื่องมือที่เป็นตัววัดคุณภาพของน้ำเป็นหลักเพื่อตรวจดูสภาพความเป็นกรด เป็นด่าง และค่า PH ของน้ำว่ามีปริมาณที่เท่าไหร่ คุณภาพของน้ำดีหรือไม่ก็สามารถอ่านได้จากเครื่องมือวัดเหล่านี้
    • อาชีพวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Engineering ซึ่งก็จะเป็นการรวมศาสตร์ของวิศวกรรมศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันเพื่อที่จะประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
    • อาชีพนักอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อม อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ถือว่าเป็นการเสียสละอีกหนึ่งอาชีพก็ว่าได้ เพราะคนกลุ่มที่ทำอาชีพนี้จะมีใจรักในสิ่งแวดล้อมมากและพร้อมจะปกป้องและดูแลสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ตลอดไป 

    อาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 3 อาชีพด้านบนนั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่างคร่าว ๆ เท่านั้นเพราะนอกจากอาชีพที่กล่าวไปก็ยังมีอาชีพอีกหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมและทุก ๆ อาชีพก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย